ใครที่ชื่นชอบการดำน้ำเป็นชีวิตจิตใจ หรือเป็นคนที่ชอบความสปอร์ตของนาฬิกา Diver ต้องห้ามพลาดโพสนี้ !
เพราะครั้งนี้เราได้รวบรวมนาฬิกาดำน้ำจากแบรนด์หรูยอดฮิตมาไว้ให้คุณแล้วถึงที่ บอกเลยว่าแต่ละเรือนนั้นทั้งอึด และทนทาน แถมยังมีดีไซน์แนวสปอร์ต ที่แฝงไปด้วยความเรียบหรูจะใส่ออกไปดำน้ำหรือใส่ไปออกงานก็ได้ชิล ๆ
โดยเราได้เลือกไว้ทั้งหมด 4 เรือน ในเรทราคา 500,000 – 1,500,000 บาท มีรุ่นไหน แบรนด์ไหน ราคาเท่าไร และมีความพิเศษอย่างไรบ้าง ไปดูกันเลย !

1. Rolex Submariner Date Oyster 41 MM White Gold
Ref. 126619LB

เริ่มที่เรือนแรกกับแบรนด์นาฬิกาหรู ที่ไม่ว่าใครก็ต้องมีอย่าง Rolex ในรุ่นยอดฮิตตลอดกาลอย่าง Submariner Date รหัส 126619LB หรือที่รู้จักกันในฉายา ‘Smurf’
โดยมาพร้อมกับตัวเรือนทองคำขาว 18K ขนาด 41 มม. และสายนาฬิกา Oyster ข้อต่อแข็ง โดดเด่นด้วยขอบหน้าปัด Cerachrom สีน้ำเงินแบบหมุนได้ เพื่อใช้จับเวลาได้นาน 60 นาที ซึ่งเป็นฟังก์ชันที่จะช่วยให้นักดำน้ำสามารถควบคุมเวลาดำน้ำ และหยุดปรับแรงดันได้ และสามารถกันน้ำได้ลึกถึง 300 เมตร !
มาในกลไก In-House รุ่นใหม่อย่าง Calibre 3235 กลไกไขลานอัตโนมัติของ Rolex ที่ผ่านการจดสิทธิบัตร 14 ฉบับ โดยภายในตัวเรือนประกอบด้วยเฟืองแกว่ง Chronergy ที่ทำจากนิกเกิล-ฟอสฟอรัส ทนต่อการแทรกแซงของแม่เหล็กได้อย่างดีเยี่ยม
ด้วยดีไซน์ วัสดุ และฟังก์ชันอันครบครัน ตอบโจทย์สำหรับการดำน้ำเป็นอย่างดี แถมยังใส่ในชีวิตประจำวันเอาไว้ออกงานก็ได้ เราจึงยกให้เป็น Must-Have Item ที่ต้องมีประจำปี 2022 นี้เลย
ราคา 1,516,700 บาท
2. Audemars Piguet Royal Oak Offshore Diver Chronograph
Ref. 26703ST.OO.A038CA.01

มาต่อกันที่นาฬิกาดำน้ำจากแบรนด์ Audemars Piguet กับทายาทรุ่นที่สองที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 1993 อย่าง Royal Oak Offshore ที่ตั้งใจทำออกมาให้เป็นนาฬิกาดำน้ำแบบจริงจังรุ่นแรกของแบรนด์ และการดีไซน์หน้าปัดโครโนกราฟที่เรียบง่ายกว่าเรือนอื่น ๆ ในคอลเลคชัน
โดยตัวเรือนทำด้วยเหล็กกว้าง 42 มม. มาพร้อมกับหน้าปัดสีเขียวลวดลาย Méga Tapisserie ซึ่งเป็นลายซิกเนอเจอร์ของแบรนด์ บอกเลยว่าสีเขียวกำลังเป็นสีที่กำลังมาแรงในตอนนี้ แถมยังสามารถกันน้ำได้ลึก 300 เมตร และมีฟังก์ชันจับเวลาที่วงแหวนรอบหลักชั่วโมงควบคุมด้วยเม็ดมะยมเซรามิกสีดำที่ตำแหน่ง 10 นาฬิกา
เพิ่มความสปอร์ตด้วยสายนาฬิกาวัสดุยางคุณภาพสูงที่ไม่เพียงแค่มีพื้นผิวกันลื่นที่สวยงามเท่านั้น แต่ยังช่วยให้นาฬิกาเรือนนี้สวมใส่สบายอีกด้วย
เรียกว่า Audemars Piguet ได้ยกระดับนาฬิกาให้ดูสปอร์ตขึ้น และยังคงความหรูได้อย่างดี เราจึงยกให้เป็น Must-Have Item ที่พิเศษมาก เพราะรุ่นนี้จะถูกผลิตออกมาแค่ 50 เรือนเท่านั้น !
ราคา Price On Request

3. Blancpain Fifty Fathoms Bathyscaphe Flyback Chronograph
Ref. 5200-0153-B52A

“Fifty Fathoms” ถือเป็นคอลเลกชันนาฬิกาดำน้ำระดับมืออาชีพเรือนแรกของโลก ที่มีมาตั้งแต่ 1956 นี่จึงเป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่เราต้องหยิบนาฬิกาคอลเลกชันมาให้คุณได้ชมกัน !
โดย Fifty Fathoms รุ่นที่คุณเห็นอยู่นี้จะมีขนาดเล็กกว่า และมีดีไซน์ที่ดูโมเดิลกว่ารุ่นต้นฉบับ อีกทั้งยังได้เพิ่มฟังก์ชันจับเวลา และหน้าต่างบอกวันที่ อีกทั้งยังมีระบบ Flyback ที่สามารถกดรีเซ็ต และเริ่มต้นจับเวลาใหม่ได้ทันทีโดยไม่ต้องกดปุ่ม Stop ก่อนมาให้อีกด้วย
ซึ่งจะมาพร้อมกับตัวเรือนขนาด 43.6 มม. ถูกออกแบบหน้าปัดมาในสี Tropical Green ที่ผ่านเทคนิคการขัดแต่งลาย Sunburst เพื่อให้เกิดมิติความลึกและความต่าง ส่วนด้านหลังยังเผยให้เห็นกลไก Calibre F385 ที่ทำงานอย่างแข็งแกร่ง โดยนาฬิกาเรือนนี้สามารถกันน้ำลึกได้ถึง 300 เมตรเลยนะ !
ด้วยดีไซน์เรียบหรู ดูสปอร์ตตามฉบับ Blancpain และฟังก์ชัน Flyback ทำให้นาฬิการุ่นนี้ถูกยกให้เป็นรุ่นแนะนำในหมวดนาฬิกา Diver ที่รับรองมีไว้จะไม่เสียใจ
ราคา 560,700 บาท
4. Omega Seamaster Diver 300M Co-Axial Master Chronometer Chronograph 44 MM
Ref. 210.62.44.51.01.001

Seamaster ถือเป็นนาฬิกาตระกูลสปอร์ตดำน้ำที่มีชื่อเสียงอันดับต้น ๆ ของ Omega ที่อยู่มานานตั้งแต่สมัยปี 1948 และทาง Omega เองก็ได้แตกไลน์ Seamaster เป็นรุ่นย่อยอีกมากมาย และหนึ่งในนั้นก็คือ Seamaster Professional Diver 300M ที่กำเนิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 1993
โดยนาฬิกาที่คุณเห็นอยู่นี้มีชื่อรุ่นว่า Seamaster Diver 300M Co‑Axial Master Chronometer Chronograph ที่ถูกหยิบกลับมารังสรรค์ใหม่ด้วยนวัตกรรม และดีไซน์ที่ทันสมัยมากขึ้น
ความพิเศษของนาฬิกาเรือนนี้ที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ หน้าปัด เข็มนาฬิกา และหลักชั่วโมง ที่ถูกทำมาจาก 18K Sedna™ Gold ซึ่งเป็นวัสดุที่ทาง Omega ได้คิดค้นขึ้นมาเอง (โรสโกลด์ส่วนใหญ่จะถูกผสมด้วย เหลืองทอง เงิน และทองแดง ซึ่งถ้าปล่อยไปนาน ๆ สีแดงมักจะเพี้ยน Omega จึงผสมโรสโกลด์ของตัวเองขึ้นมาใหม่ด้วยการใช้ แพลเลเดียม โลหะที่หายากและมีค่ามากกว่าแทนเงิน ทำให้ได้เฉดสีโรสโกลด์ที่ไม่เหมือนใคร แถมยังคงทนกว่า และสีไม่ซีด)
อีกทั้งยังมาพร้อมกับตัวเรือนขนาด 44 มม. และหน้าปัดลายคลื่นแบบยกนูนและขอบนาฬิกาที่ทำจากเซรามิกสีดำแบบขัดเงา ก่อนจะถูกสลักลวดลายด้วยเลเซอร์ โดยนาฬิกาเรือนนี้สามารถกันน้ำได้ลึกถึง 300 เมตร
ด้วยเหตุผลทั้งหมดที่กล่าวมาเราจึงขอยกให้นาฬิกาเรือนนี้ เป็นอีกหนึ่งในรุ่น Recommend ที่น่าสนใจ ยิ่งใส่คู่กับสายนาฬิกาแบบยางแล้วบอกเลยว่าดูสปอร์ตสุด ๆ
ราคา 1,102,000 บาท
Reader's Vote
ให้คะแนนนาฬิกาเรือนที่คุณชอบ
รวมผลคะแนน Vote แต่ละรุ่น
รุ่น : Rolex Submariner Oyster 41 MM
รุ่น : Rado Captain Cook High-Tech Ceramic 43 MM
รุ่น : Tudor Pelagos LHD 42 MM
รุ่น : Blancpain Fifty Fathoms Automatique 45 MM
รุ่น : Omega Seamaster Diver 300M Co-Axial Master Chronometer 42 MM


