เป็นคำถามยอดฮิตที่เราได้รับมาตลอด จนเกิดเป็นโปรเจกต์ Luxury Watch Guide 2022 ที่เราได้รวบรวมเหล่ากูรูผู้เชี่ยวชาญด้านนาฬิกาหรูมาช่วยกันคัดเลือกว่านาฬิการุ่นไหนเหมาะสม และคุ้มค่าที่สุดในเรทราคานั้น เพื่อเป็นไกด์ให้กับคนที่กำลังเริ่มต้นที่จะซื้อนาฬิกาหรูเรือนแรก หรือเรือนต่อ ๆ ไปเอาไว้พิจารณา
วันนี้เราขอเริ่มที่ Non-sport Watch นาฬิกาที่มีหน้าตาทางการดูเรียบง่าย ในเรทราคา 500,000 -1,500,000 บาท จะมีรุ่นไหนบ้างไปชมกัน !

1. Rolex Oyster Perpetual Day-Date 40
Ref. M228235-0025

เมื่อนึกถึง Rolex หนึ่งในรุ่นคลาสสิกยอดฮิตคงหนีไม่พ้น Day-Date นาฬิการุ่นแรกของแบรนด์ที่สามารถบอกได้ทั้งวัน และเวลา แต่รุ่นที่เราจะนำมาเสนอในวันนี้ คือ Oyster Perpetual Day-Date 40
โดยความพิเศษอยู่ตรงที่ หน้าปัดสีเขียวมะกอก (Olive-Green) ตัดกับหลักบอกเวลาเลขโรมัน และขอบหน้าปัดเซาะร่องสีโรสโกลด์อย่างลงตัว อีกทั้งตัวเรือนยังทำมาจากโรสโกลด์ 18 กะรัตอีกด้วย บอกเลยว่ารุ่นนี้เป็นหนึ่งในรุ่นยอดฮิตที่คนรัก Rolex ต่างอยากได้ไว้ครอบครองทั้งนั้น
ใครชอบนาฬิกาที่มีสีสัน แต่ยังคงความเรียบหรูดูแพง ขอแนะนำว่านี่เป็นอีกรุ่นที่เรายกให้เป็น Must-Have มีไว้จะไม่เสียใจเลย !
ราคา 1,501,500 บาท
2. Patek Philippe Calatrava Clous de Paris
Ref. 6119R-001

Patek Philippe Calatrava ถือเป็นหนึ่งในตระกูลนาฬิกา Non-sport ดีไซน์คลาสสิกที่โด่งดังที่สุดในโลก โดยจุดเด่นของนาฬิการุ่นนี้คือตัวเรือน โรสโกลด์ 18K ที่มาพร้อมขอบหน้าปัดลายพีระมิด (Clous de Paris) ที่ต้องใช้เทคนิคศิลปะขั้นสูงอย่าง ‘กิโยเช่’ (ใช้ความละเอียดขั้นสูง แกะสลักด้วยมือเท่านั้น) ในการทำ เข้ากับสายหนังสีน้ำตาลเป็นอย่างดี
อีกหนึ่งจุดเด่น คือ การนำ ‘กลไก In-house’ ที่ทางแบรนด์ได้ผลิตขึ้นมาเองอย่าง
ประณีตสวยงาม เที่ยงตรง และมีความซับซ้อนในเชิงฟังก์ชั่นแบบสุด ๆ มาติดตั้งลงในตัวเรือน พร้อมปิดทับฝาหลังด้วยแซพไฟร์คริสตัลใสขนาดใหญ่ เพื่อโชว์กลไกของนาฬิกาที่ค่อย ๆ หมุนอย่างทรงพลัง พร้อมสำรองพลังงานได้ถึง 65 ชั่วโมง !
ราคา 1,052,500 บาท
3. AP Royal Oak Self winding 41mm Silver Dial
Ref. 15500ST.OO.1220ST.04

พูดถึง Audemars Piguet หรือ AP ก็ต้องนึกถึง Royal Oak เป็นคอลเลกชันแรก ! เพราะถือว่าเป็นรุ่นที่นิยมมากที่สุด และสามารถชุบชีวิตของแบรนด์ให้กลับมายืนได้อีกครั้งด้วยดีไซน์ตัวเรือนทรง 8 เหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ หลังจากที่เกือบล้มเมื่อเจอนาฬิกาควอตซ์จากญี่ปุ่นมาตีตลาดในปี 1970 (53 ปีที่แล้ว)
ซึ่งรุ่นที่เราหยิบมาในวันนี้คือ Royal Oak Selfwinding 41mm Silver Dial หนึ่งในรุ่นยอดฮิตที่คนรักนาฬิกาหรูต่างตามหา ความพิเศษของเรือนนี้คือตัวหน้าปัดสีเงินที่ถูกแกะสลักลวดลาย Grand Tapisserie เข้าไปด้วยเมื่ออยู่คู่กับเข็มบอกเวลา และหลักชั่วโมงที่ผลิตจากทองคำขาวแล้วบอกเลยว่าเข้ากันสุด ๆ
นอกจากนี้ตัวเรือน และสายนาฬิกายังถูกผลิตจากสเตนเลสสตีลอย่างดี ขัดแต่ง ออกมาได้สวยเงางาม ตามแบบฉบับ AP มาตั้งแต่ปี 1972 อีกทั้งยังมาพร้อมกับกลไก Automatic In-house รุ่นใหม่ Cal.4302 ที่ให้ความเที่ยงตรงแม่นยำมากกว่าเดิม !
ใครคิดจะซื้อ AP เรือนแรก หรือกำลังมองหานาฬิกาหรูไว้ใส่ออกงาน หรือใส่ในชีวิตประจำวันขอแนะนำเรือนนี้ให้เป็น Must-Have เลยครับ
ราคา 998,000 บาท

4. Breguet Classique Self Winding
Ref. 5177BB/2Y/9V6

อีกหนึ่งนาฬิการุ่นไอคอนิกของ Breguet คงต้องยกให้คอลเลกชัน Classique เพราะรุ่นที่คุณเห็นอยู่นี้มาพร้อมกับ ‘Breguet Hands’ ทรงเข็มนาฬิกาอันเก่าแก่ที่อยู่กับแบรนด์มานานกว่า 239 ปี (ตั้งแต่ปี 1783) โดยจะมีวงแหวนอยู่ตรงเกือบปลายเข็ม แต่ถ้ามองดี ๆ คุณจะสังเกตได้ว่านั่นไม่ใช่วงกลมธรรมดา แต่มีลักษณะคล้ายพระจันทร์เสี้ยวที่มองครั้งแรกก็รู้ทันทีว่านี่คือแบรนด์ Breguet !
อีกหนึ่งความพิเศษ คือ ตัวเรือนทองคำขาวขนาด 38 มิลลิเมตร ที่มาพร้อมหน้าปัดสีน้ำเงินที่ถูกเคลือบสีด้วยเทคนิคชั้นสูงสมัยโบราณอย่าง ‘กรองฟูว์อีนาเมล’ (ต้องใช้ความร้อนสูง ต้องเคลือบหลายชั้น เพื่อคงสภาพความเงางาม และทนทานของการใช้งาน) จนได้หน้าปัดสีน้ำเงินอันสวยหรูนี้ออกมา
ส่วนด้านหลังนั้นถูกเปลือยเผยให้เห็นตัวกลไกที่ถูกสลักด้วยลวดลายกิโยเช่ เมื่อจับคู่กับสายหนังจระเข้สีน้ำเงินเข้มแล้ว บอกเลยว่ามองกี่ทีก็ดูหรูหรา จนเราต้องยกให้นาฬิกาเรือนนี้ เป็น Must-Have ที่ต้องมีไว้สักเรือน !
ราคา 697,840 บาท
5. A. Lange & Söhne Saxonia in 18-carat pink gold
Ref. 219.032

คอลเลกชัน Saxonia จัดได้ว่าเป็นหนึ่งในตัวแทนนาฬิกา Non-Sport ที่เรียบหรู คุณภาพการผลิตอันดับต้น ๆ ของโลก โดยนาฬิกาที่คุณเห็นอยู่นี้ถูกรังสรรค์ขึ้นมาอย่างพิถีพิถัน ด้วยตัวเรือน Pink Gold ที่ถูกขัดเงามาอย่างดีจนเป็นประกายสวยงามเมื่อแสงตกกระทบ
อีกหนึ่งความพิถีพิถันของเรือนนี้ คือ ชิ้นส่วนด้านใน ล้วนถูกขัดเงาอย่างปราณีต เพื่อแสดงถึงความใส่ใจของการสรรค์สร้าง และเมื่อพลิกด้านหลัง จะเห็นบอดี้ของตัวเรือน พร้อมกลไกที่ทำงานอยู่อย่างเพลินตา
รางวัล Must-Have จึงตกเป็นของนาฬิกาเรือนนี้ ใครมองหานาฬิกา Non-Sport ที่เรียบง่าย แต่สมบูรณ์แบบ ไม่ควรพลาด !
ราคา 726,000 บาท
6. Blancpain Villeret Ultraplate
Ref. 6653 3630 55B

Blancpain แบรนด์นาฬิกาที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่อยู่มานานกว่า 288 ปี และ Villeret ก็คือคอลเลกชันในตำนานที่คลาสสิกมากที่สุด และโด่งดังที่สุดของแบรนด์ แถมยังถูกตั้งชื่อตามหมู่บ้านเล็ก ๆ ในสวิสเซอร์แลนด์ที่ Blancpain ได้เริ่มผลิตนาฬิกาออกมา
โดยรุ่นที่คุณเห้นอยู่นี้มีชื่อว่า Blancpain Villeret Ultraplate ซึ่งจะมีความพิเศษกว่าคอลเลกชัน Villeret ทั่วไป ตรงที่มีความบางระดับ Ultra Slim ซึ่งบางกว่ารุ่นทั่วไปมาก ๆ แต่นั่นก็ต้องอาศัยความพิถีพิถัน และใช้กรรมวิธีในการผลิตที่ซับซ้อนกว่ารุ่นอื่น ๆ
โดยจะมาพร้อมกับตัวเรือนโรสโกลด์ 18 กะรัต และหน้าปัดสีดำ ที่เข้าคู่กับสายหนังจระเข้สีน้ำตาลอย่างลงตัว บอกเลยว่าใครชอบแบรนด์ที่มีสตอรี่ แต่ยังคงความเรียบหรูดูแพงนาฬิการุ่นนี้ตอบโจทย์มากครับ !
ราคา 718,400 บาท
7. Franck Muller Vanguard Classical
Ref. V 45 CC DT BR (TT)

หากพูดถึง Franck Muller คอลเลกชันไอคอนิกที่หลายคนนึกถึงคงเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก Vanguard ด้วยหน้าปัดทรงถังเบียร์ และตัวเลขที่ได้รับการขัดเงาด้วยมืออย่างพิถีพิถัน จนสามารถจำได้ทันทีเพียงแค่มองผ่าน อีกทั้งยังมาพร้อมกับตัวเรือน Rose Gold 18k ตัดเข้ากับสายหนังสีดำอย่างลงตัว
ใครที่สนใจจะซื้อ Franck Muller เรือนแรก เราขอแนะนำนาฬิการุ่นนี้เลยครับ บอกเลยว่าของมันต้องมี !
ราคา 300,000++ บาท
Reader's Vote
รวมผลคะแนน Vote แต่ละรุ่น
รุ่น : Franck Muller V 45 CC DT BR (TT)
รุ่น : Patek 6119R-001
รุ่น : Breguet 5177BB2Y9V6
รุ่น : AP 15500ST.OO.1220ST.04
รุ่น : Rolex M228235-0025
รุ่น : Blancpain 6653 3630 55B
รุ่น : A. Lange & Söhne 219.032


