5 นาฬิกา GMT ปี 2022 สายเที่ยวต่างประเทศต้องมี ! ในเรท 500,000 – 1,500,000 บาท

ใครเป็นสายเดินทางต่างประเทศห้ามพลาดนาฬิกาหรู 5 เรือนนี้ !

ต้องขอบอกว่านาฬิกา GMT (Greenwich Mean Time) คือ นาฬิกาที่ใช้บอกเวลา 2 ไทม์โซนได้ในเรือนเดียว จึงเหมาะกับคนที่ชอบเดินทางต่างประเทศ เพราะจะได้ใช้ฟังก์ชันนี้แบบคุ้ม และมีประโยชน์เอามาก ๆ !

วันนี้เราจึงได้รวบรวม 5 นาฬิกาหรู GMT ในเรท 500,000 – 1,500,000 บาท ที่มาพร้อมกับดีไซน์สวยงามโดนใจใคร จะมีรุ่นไหนบ้างไปชมกัน !

1. Rolex Oyster Perpetual GMT-Master II
Ref. M126719BLRO-0002

GMT-Master II ที่คุณเห็นอยู่นี้ถือเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่พิเศษมาก เพราะมาพร้อมกับหน้าปัดเมธีโอไรท์ ที่ได้มาจาก ‘หินอุกกาบาต’ ที่ได้ระเบิดไปเมื่อหลายล้านปีก่อน โดยมีผู้เชี่ยวชาญเข้ามาคัดเลือกเฉพาะชิ้นส่วนของอุกกาบาตที่มีพื้นผิวสวยงามเป็นเอกลักษณ์ มีรูปร่างและการสะท้อนแสงที่หลากหลาย เพื่อมาทำเป็นพื้นหน้าปัดให้กับ Rolex รุ่นนี้ เรียกได้ว่าเป็นวัตถุดิบธรรมชาติจากนอกโลกที่หาได้ยาก และไม่ใช่นาฬิกาทุกเรือนจะมีได้

นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับขอบหน้าปัดเซรามิก 2 สี ได้แก่ สีแดงและสีน้ำเงิน หรือที่เรารู้จักกันในฉายา ‘Pepsi’ โดยขอบหน้าปัดนี้จะช่วยบอกเวลาไทม์โซนที่ 2 ได้ง่าย ๆ เพียงหมุนขอบ Bezel บวก / ลบตามจำนวนชั่วโมงที่แตกต่างของประเทศที่ต้องการ เทียบกับเวลาไทม์โซน ณ ปัจจุบัน

พิเศษด้วยสาย Oyster และตัวเรือนที่ผลิตจากวัสดุล้ำค่าอย่าง ทองคำขาว 18K ให้ความเบาสบาย และโชว์อัตลักษณ์ของ Rolex ด้วยการประทับโลโก้รูปมงกุฎ บนชุดตัวล็อกได้อย่างสมบูรณ์แบบ 

ด้วยคอนเซปต์ที่แปลกใหม่ และคุณภาพ วัสดุ ที่เหมาะสมกับราคา เราจึงขอยกให้  Rolex Oyster Perpetual GMT-Master II ได้ Legendary ไปครอง !

ราคา 1,550,800 บาท

2. Vacheron Constantin Overseas Dual Time
Ref. 7900V/110A-B334

Vacheron Constantin Dual Time คือ หนึ่งในคอลเลกชันยอดฮิต ‘Overseas’ ที่ถูกสร้างครั้งขึ้นแรกเพื่อบรรดานักเดินทาง ที่ต้องข้ามไทม์โซนเป็นประจำ ด้วยฟีเจอร์ GMT เพื่อบ่งบอกเขตเวลาสองไทม์โซนที่ต่างกัน

โดยจุดเด่นของนาฬิกาเรือนนี้คือ การที่สามารถตั้งค่าเวลาสองไทม์โซนได้อย่างง่าย ๆ เพราะทั้งเข็มสั้นสำหรับชั่วโมงโลคอลไทม์ และเข็มโฮมไทม์นั้นปรับตั้งได้ด้วยเม็ดมะยมเดียวกันโดยปรับเลื่อนได้ทั้งไปข้างหน้าและย้อนกลับ

สำหรับนาฬิกาสปอร์ตลักชัวรีเรือนนี้ โดดเด่นด้วยสายข้อมือ มาคู่กับตัวเรือน 3 ชิ้น  ทั้งสเตนเลสสตีล ยาง และ หนังจระเข้ สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามรสนิยมของผู้สวมใส่ อีกทั้งยังเพิ่มความคุ้มค่าที่ได้ครอบครองอีกด้วย พร้อมกับระบบ Quick-change ที่ทำให้การเปลี่ยนสาย เป็นเรื่องง่าย ปราศจากการใช้เครื่องมือใด ๆ อีกหนึ่งความพิเศษ ที่เป็นจุดสนใจของนักสะสม คือ กลไก In-House ที่สำรองพลังงานถึง 60 ชั่วโมง ทำให้การใช้งานต่อเนื่อง แบบไร้ความกังวล

รางวัล Must-Have จึงตกเป็นของนาฬิกาเรือนนี้ ใครที่กำลังลังเล อย่ารอช้า !

ราคา 1,050,000 บาท

3. Parmigiani Tonda PF GMT Rattrapante Steel Platinum
Ref. PFC905-1020001-100182

นาฬิกา GMT สวิสชั้นสูงที่ดีไซน์หน้าปัดด้วยความเรียบง่าย คงต้องยกให้แบรนด์ Parmigiani โดยรุ่นนี้มาพร้อมกับหน้าปัดสี Milano Blue ผสมผสานเทคนิคกิโยเช่ เป็นการแกะสลักด้วยมือจากช่างมากประสบการณ์ เข้าคู่กับกรอบนาฬิกา Platinum ลายนูนล้อมรอบตัวเรือน

อีกหนึ่งความพิเศษคือเข็ม Local Time ที่ผลิตจากวัสดุล้ำค่าด้วยทองคำ 18K และเข็ม Home Time ที่ผลิตจากโรสโกลด์ 18K ทำให้ผู้สวมใส่สามารถดูเวลาต่างไทม์โซน ได้อย่างง่ายดาย

เราจึงยกให้นาฬิกาเรือนนี้ เป็น Must-Have ถ้าใครชอบนาฬิกา GMT ที่ปราศจากหน้าปัดอัดแน่นด้วยดีเทลหลากหลาย แนะนำเรือนนี้ครับ ! 

ราคา 26,000 ฟรังก์สวิส หรือประมาณ 931,000 บาท (อ้างอิงจาก 35.8 บาท / 1 ฟรังก์สวิส ณ วันที่ 17/01/2022)

4. Hublot Big Bang Unico GMT Titanium Blue Ceramic 45 MM
Ref. 471.NL.7112.RX

Hublot เจ้าแห่ง The Art of Fusion ที่ผสมผสานทั้งความคลาสสิกในอดีต และนวัตกรรมโลกใบใหม่ รังสรรค์ออกมาเป็นนาฬิกาที่มีอัตลักษณ์อย่างชัดเจน  โดยนาฬิกาเรือนนี้ เป็นส่วนหนึ่งของคอลเลกชัน Big Bang ที่ได้รับความนิยม ไม่แพ้กับนาฬิการุ่นแรกอย่าง Classic Fusion ที่โด่งดังไปทั่วโลก

โดดเด่นด้วยรูปทรงนาฬิกา ซึ่งได้แรงบันดาลใจ จากหน้าต่างทรงกลมบนเรือ  อีกหนึ่งความพิเศษ หน้าปัด Skeleton โชว์ความเหนือระดับและล้ำหน้า ของนาฬิกา GMT ระดับท็อป และเข้ากันดีกับกรอบ Bezel ไทเทเนียมเป็นอย่างดี

นาฬิกาเรือนนี้ จึงเหมาะสมกับการครอบครอง  ใครที่ชอบหน้าปัด Skeleton พร้อมฟังก์ชัน GMT ต้องห้ามพลาด ! 

ราคา 717,000 บาท

5. H.Moser & Cie Heritage Dual Time 42 MM
Ref. 8809-1200

หนึ่งในนาฬิกาสวิส ที่หน้าตาเรียบง่าย แฝงด้วยเสน่ห์และการใช้งานที่ครบครัน คงต้องยกให้ H.Moser & Cie Heritage Dual Time ที่ถูกรังสรรค์ด้วยต้นแบบจากนาฬิกา ในศตวรรษที่ 20 มาพร้อมกับหน้าปัด Burgundy Fumé ไล่โทนสีได้อย่างลงตัว 

นาฬิกาเรือนนี้เหมาะที่สุดแก่บรรดานักเดินทาง และนักธุรกิจ ด้วยระบบบอกเวลาสองไทม์โซนที่ชาญฉลาดหากผู้ใช้งานข้ามไปเขตอื่น ไทม์โซนจะเปลี่ยนโดยอัตโนมัติ และมี Gray Hand สำหรับ Second Time Zone เพื่อการใช้งานที่ง่ายและป้องกันความสับสน มาพร้อมกับ Super-LumiNova® เคลือบเข็มนาฬิกา สามารถส่องแสงสว่างในที่มืด ทำให้นาฬิกาเรือนนี้คู่ควรแก่การครอบครอง !

รางวัล Must-Have จึงคู่ควรกับนาฬิกาเรือนนี้ และเราขอแนะนำว่า ทุกคนต้องมี ! 

ราคา 19,900 ฟรังก์สวิส หรือประมาณ 712,000 บาท (อ้างอิงจาก 35.8 บาท / 1 ฟรังก์สวิส ณ วันที่ 17/01/2022)

Reader's Vote

ให้คะแนนนาฬิกาเรือนที่คุณชอบ

1
ให้คะแนนนาฬิกา
โปรดให้คะแนน (ระดับ 5 มากที่สุด ไปจนถึง ระดับ 1 น้อยที่สุด )
2
ลงทะเบียน

รวมผลคะแนน Vote แต่ละรุ่น

รุ่น : Rolex Submariner Oyster 41 MM

[get_sheet_value location="summary!BG1"]
คะแนน

รุ่น : Rolex Oyster Perpetual GMT-Master II

[get_sheet_value location="summary!BW1"]
คะแนน

รุ่น : Vacheron Constantin Overseas Dual Time

[get_sheet_value location="summary!BX1"]
คะแนน

รุ่น : Parmigiani Tonda PF GMT Rattrapante Steel Platinum

[get_sheet_value location="summary!BY1"]
คะแนน

รุ่น : Hublot Big Bang Unico GMT Titanium Blue Ceramic 45 MM

[get_sheet_value location="summary!BZ1"]
คะแนน

รุ่น : H.Moser & Cie Heritage Dual Time 42 MM

[get_sheet_value location="summary!CA1"]
คะแนน

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save